พลอยประดับตระกูลควอตซ์

โป่งข่าม (หน้าที่ 1)

| หน้าที่ 1 |   | หน้าที่ 2 |   | หน้าที่ 3 |   | หน้าที่ 4 |

ประชาชนโดยทั่วไปรู้จักโป่งข่ามกัน แต่เพียงว่าเป็นแก้วธรรมชาติ ซึ่งได้มาจากเมืองเถิน เป็นของขลัง ที่ผู้ใดมีไว้กับตัว จะช่วยให้แคล้วคลาดจากภยันตราย นำโชคดีมาให้แก้วนี้ส่วนใหญ่ใส โปร่งตา หรือโปร่งแสง ภายในมักจะมีบางสิ่งบางอย่างประจุอยู่หรือมีลวด ลายสีสรร สิ่งต่าง ๆ ที่ทำให้บางก้อน บางชิ้น เมื่อเจียระไนทำหัวแหวนแล้ว จะมีลักษณะเป็นรูปวิวทิวทัศน์อันสวยงาม แปลกประหลาด ที่ยังความ พิศวง นำความเบิกบานใจ และความสุขมาสู่ผู้สวมใส่ ผู้ใช้ และผู้ที่มีไว้เป็นสมบัติของตน

แม้แต่เพชร อันเป็นยอดมณี ถ้าพิจารณากันให้ดีมีเหตุผลตามหลักตรรกวิทยาแล้ว ก็จะต้องถือว่า ไร้ประโยชน์ แต่สำหรับโป่งข่ามนั้น ถ้าเป็นของมีคุณอันวิเศษจริง ก็นับว่าเป็นแก้วที่มีประโยชน์ และสำหรับผู้ยากไร้นั้นถ้ามีเงินจะเสียได้เพียง 10 บาท เท่านั้น 

ก็อาจมีโอกาสเป็นเจ้าของโป่งข่าม ส่วนใหญ่ที่ซื้อขายกันมีราคาระหว่างเม็ดละ 30 บาท ถึง 50 บาท 100 บาท ถึง 200 บาท โป่งข่ามราคาขนาดนี้ นับว่าเศรษฐกิจของบุคคลส่วนใหญ่ยังอำนวยให้มีโอกาสเป็นเจ้าของได้ ซ้ำยังเม็ดใหญ่กว่าเพชร ที่ราคาเท่ากันอย่างมากมาย ด้วยเหตุนี้ และบางที จะเป็นด้วยเหตุอื่นก็ได้เป็นได้ คนที่พอมีอันจะกินบางคนก็ใส่เสียพราวไปทั้งสองมือ แถมยังอาจจะมีอยู่ในกระเป๋ากางเกง หรือที่บ้านอีกมาก

โป่งข่ามราคาเม็ดละ 1,000 บาท ถึง 2,000 บาท ก็มีซื้อขายกันอยู่เป็นธรรมดา และราคาไม่หยุดอยู่เพียงนั้น โป่งข่ามเม็ดละ 5,000 บาท ถึง 6,000 บาท ก็มี และแม้แต่เม็ดละ 10,000 บาทขึ้นไปก็ยังมีผู้ซื้อ ราคาของโป่งข่ามขึ้นอยู่ต่อความหายาก ความงามของแก้ว กับความหลง และกำลังทรัพย์ ของผู้ซื้อ โป่งข่ามเม็ดไหนก็เม็ดนั้น ไม่มีเหมือนกันโดยสมบูรณ์ โป่งข่ามแต่ละเม็ดจึงเป็นเม็ดเดียวในโลก

นี่เป็นเรื่องสำคัญทางจิตใจ ของปุถุชน จำนวนไม่น้อยที่อยาก หรือ ยินดีที่จะมี ที่จะได้เป็นเจ้าของ ของสิ่งหนึ่งสิ่งใดที่ไม่เหมือนของใครในโลก และเมื่อมีเม็ดหนึ่งแล้ว จะพบเม็ดใหม่อีกสักกี่เม็ด ก็ไม่เหมือนเม็ดที่มีอยู่ อาจจะสวยไปคนละแบบ จะซื้อไว้อีกก็ไม่ซ้ำกับของที่มีอยู่แล้ว และมีเหตุที่จะอ้างเพื่อการซื้อได้อีกเสมอไป ราคาของโป่งข่ามเริ่มต้นที่ปากหลุมซึ่งขุดได้ และจะเพิ่มขึ้นโดยลำดับ ทุกครั้งที่มีการเปลี่ยนมือจากพ่อค้าที่ปากหลุม ไปสู่ผู้รับเจียระไนตามหมู่บ้าน ร้านตลาด จากบ้านไปสู่เมือง จากผู้ขายไปสู่ผู้ใช้ แก้วโป่งข่ามเม็ดหนึ่ง อาจจะเปลี่ยนมือ และราคาเพิ่มขึ้นหลายครั้ง แล้วก็อาจจะไดราคาดีที่สุดเมื่อผู้ซื้อขอให้ผู้ขายนำมาให้ดูที่บ้าน

ตลอดระยะทางอันไกลจากบ่อแก้วอันเป็นที่เกิด จนมาประดับอยู่บนมือผู้ใช้โป่งข่ามนั้น ก่อให้เกิดธุรกิจการค้า การหมุนเวียนของเงินตราหลายด้าน หลายประการ

อาทิ การค้าวัสดุเพื่อการขุด การตัด การเจียระไน และการทำเรือนแหวน การรับจ้างตัดแก้ว และเจียระไน การคมนาคม การขนส่ง การโฆษณา ร้านอาหาร โรงแรม ธนาคาร และนายหน้า เป็นต้น

ผู้เขียนเรื่องนี้รู้จักสภาพท้องถิ่นในภาคเหนือของประเทศไทยพอสมควร ผู้เขียนเคยไปอำเภอเถินมาก่อนแล้ว และผู้เขียนเคยผ่านบ้านดอนชัยอันเป็นชุมทาง ของทางแยกแห่งหนึ่ง บนถนนพหลโยธินใกล้อำเภอเถินมาหลายครั้ง เมื่อวันที่ 8 ธันวาคม 2513 ผู้เขียน และเพื่อนอีกหลายคน ได้เดินทางไปยังอำเภอเถิน อีกครั้งหนึ่ง เพื่อดูการขุดแก้วโป่งข่าม และภาวะของการค้าโป่งข่าม ผู้เขียนได้พักแรมที่อำเภอเถินสองคืน และเดินทางกลับกรุงเทพฯ ในวันที่ 10 ธันวาคม 2513 ผู้เขียนคาดไม่ถึง ว่าจะได้เห็นผู้คนสนใจ มีธุรกิจเกี่ยวกับโป่งข่ามกันมากมายถึงขนาดนั้น

สามแยกดอนชัยอันเป็นชุมทางรถโดยสาร ตาก - เถิน - ลี้ - ลำปาง คลาคล่ำไปด้วยพ่อค้าแม่ขาย แต่มิใช่ขายอาหาร- เครื่องดื่มที่เดกันเข้ามาหาผู้โดยสาร เมื่อรถจอดเช่นกับ ที่เคยเห็นกันในที่อื่น ที่นี่มีแต่การขายโป่งข่ามกันเป็นส่วนใหญ่ โป่งไม๊คะ? ซื้อโป่งบ้างไม๊คะ? อะไรนะ? โป่งข่ามเจ๊า ......สามแยก ดอนชัย เป็นตลาดโป่งข่ามใหญ่เป็นที่ 2 รองจากเถินที่บ้านนาบ้านไร่ และบ้านแม่แก่ง ซึ่งอยู่ใกล้ดอยโป่งหลวง

และใครจะไปบ่อแก้วโป่งข่ามจะต้องผ่านหมู่บ้านทั้งสองนี้ ขวักไขว่ไปด้วยผู้คน และรถโดยสารที่นำพ่อค้า แม่ค้าโป่งข่ามมาจากเถิน หมู่บ้านคึกคักผิดปกติของหมู่บ้านในชนบทของเมืองไทยเป็นอันมาก ราวกับกำลังมีงานออกร้านฉลองอะไรสักอย่างหนึ่ง คนที่เดินผ่านมาจะต้องหยุดถามเราว่า ซื้อโป่งข่ามไหม? เหมือนกับคนมาถามเราว่าซื้อลอตเตอรี่ไหม? บางคนก็มีให้เราดูมาก ดูแล้วไม่พอใจ เขาก็มีให้เลือกอีก ในกระเป๋ากางเกง ในย่าม ในกระเป๋าถือ และในกระเป๋าเอกสาร แต่ละคนมีโป่ง พูดกันแต่เรื่องโป่ง คนขายกาแฟ ส่งโอเลี้ยงให้เราแล้วก็ถามว่า ซื้อโป่งไหม? บนทางเท้า จากบ้านนาบ้านไร่ ไปโป่งหลวงมีทั้งคนไป และคนมา ราวกับว่ามีงานวัดอยู่ข้างหน้า ใต้ถุนบ้าน บนชานเรือนในหมู่บ้านจะมีคนนั่งกันเป็นกลุ่ม ขัดโป่งข่ามกันไป คุยกันไปไม่หยุดมือ ดู ๆ แล้วก็ต้องนึกว่าแต่ละคนทำงานแข่งกับเวลา

เพราะทุก ๆ เม็ดที่กำลังขัด หรือเจียระไนอยู่นั้น มันเป็นของมีราคา เสร็จแล้วเป็นต้องขายได้ และเม็ดหนึ่ง เขาจะขายได้ เป็นมากกว่าค่าจ้างแรงงาน รายวันธรรมดา หลายเท่า หรือหลายสิบเท่า และถ้าขยันมากก็ได้มาก คนหนึ่งวันหนึ่ง อาจจะเจียระไนได้ถึง 5 เม็ด สุดแต่ว่าเม็ดเล็กเม็ดใหญ่เจียระไนยาก หรือง่าย เวลาของเขาจึงนับได้ว่าเป็นเงินเป็นทอง โอกาสดี ได้มาถึงแล้ว น้ำขึ้นต้องรีบตัก

โป่งข่าม

| หน้าที่ 1 |   | หน้าที่ 2 |   | หน้าที่ 3 |   | หน้าที่ 4 |