Custom Search

Patchra
19-08-2017 22:56
4945
Online: 7 user(s)
เพชรสี - ของดีที่หายาก

เพชรสี - ของดีที่หายาก

เราทราบกันมาว่าเพชรที่ดีที่สุด จะต้องมีสีขาวที่สุดในแง่ของสี เมื่อเพชรมีสีขาวสะอาด ปราศจากริ้วรอยใดๆ ให้เป็นหนามชีวิต ทิ่มแทงใจของเจ้าของ อีกทั้งการเจียระไน ได้สัดส่วนสมบูรณ์แบบ ราคาของเพชรเม็ดนั้น ก็จะทวีค่ายิ่งขึ้นตามน้ำหนัก ของเพชร ยิ่งใหญ่ก็ยิ่งแพง นี่คือข้อเท็จจริงที่เรารู้กันมาช้านานในกรณีของเพชรสีขาว

แต่ท่านทราบหรือไม่ว่า อุบัติเหตุย่อมเกิดขึ้นได้เสมอ แม้กระทั่งในกระบวนการทางธรรมชาติ และการที่เกิดเพชรสีขึ้น ในหมู่เพชรสีขาว คือ ผลแห่งอุบัติเหตุทางธรรมชาติ ในการก่อตัวของอัญมณีที่มีชื่อว่าเพชร และอุบัติเหตุนี้ ใช่ว่าจะเกิดขึ้นบ่อยๆ เหมือนอุบัติเหตุทางการจราจรในประเทศไทย หรือในชีวิตประจำวันของเรา เพราะนานๆ จะเจอเพชรสีสักครั้ง ในเหมืองเพชรชั้นดี อาจจะเจอเพชรสีสัก 1 หรือ 2 กะรัต ต่อเพชรสีขาว 3,000 กะรัต เพชรสี จึงเป็นของดีที่หายาก และความแปลกประหลาด ก็เป็นความแปลกที่ใครๆ ก็อยากเป็นเจ้าของ อยากครอบครอง


จุติกาลแห่งเพชรสี
สีที่ปรากฏในเพชรสี อาจเกิดจากอนุภาคของมลทิน หรือสิ่งปนเปื้อน หรืออาจจะเกิดจากความผิดปกติ ทางโครงสร้างในการเรียงตัว ของผลึกของเพชร ทำให้มีผลต่อการดูดซึมแสง ผลึกของเพชรที่ปราศจากสิ่งปนเปื้อน จึงมีสีขาว หรือไร้สีใดๆ


เพชรจะปรากฏเป็นสีใดนั้น ขึ้นอยู่กับสิ่งปนเปื้อนในเนื้อเพชร และวิธีการฟอร์มตัว ของผลึกเพชร เพชรส่วนใหญ่จะมีสี ไล่ไปตั้งแต่ไร้สี คือ ขาวบริสุทธิ์ ไปจนถึง เหลืองอมเขียว สีที่ว่านี้เกิดขึ้นเนื่องจาก การมีกลุ่มอะตอมของไนโตรเจนปะปนอยู่ เราจึงจำแนกกลุ่มของสีเพชร (โดยพิจารณาจากอะตอม ของธาตุที่เข้ามาปะปนอยู่) เป็น 2 กลุ่ม หรือ 2 ชนิด ใหญ่ๆ คือ

Type I หรือชนิดที่ 1 คือเพชรที่มีอะตอมของ ไนโตรเจนปนอยู่ ซึ่งจะจำแนกออกได้อีก 2 ชนิด คือ Type Ia และ Type Ib ชนิด Type Ia จะมีอะตอม ของไนโตรเจนรวมกัน เป็นกลุ่ม ส่วน Type Ib อะตอมของไนโตรเจนจะอยู่ กระจายกันออกไปไม่เป็นกลุ่ม ไนโตรเจน จะทำให้เพชร มีสีเหลือง สีส้ม และสีน้ำตาล ส่วนจะเข้ม หรืออ่อนก็ขึ้นอยู่กับ ปริมาณของไนโตรเจนที่ปะปนอยู่


นอกจากนี้ยังมีเพชรอีกชนิดหนึ่ง ที่มีสีที่ปรากฏแตกต่างกัน ออกไปจากชนิด Type I ข้างต้น ซึ่งมีปรากฏมากกว่า เพชรชนิดหลังมีสีที่ปรากฏ หรือ Hue แตกต่างออกไปคือ จะเป็นสี แดง ชมพู เขียว และน้ำเงิน ในทางการค้า เราเรียกสีประเภทนี้ว่า "เพชรสีแฟนซี" เพชรสีดังกล่าวนี้ รวมถึงสีเหลืองเข้มด้วย หายากมาก จึงมีราคาสูงกว่าเพชรสีขาวชั้นดี หลายเท่าตัว ในกลุ่มนี้เรียกว่า Type II เป็นกลุ่มที่ไม่มีไนโตรเจน เช่น เพชรสีน้ำเงิน อย่างเช่นเพชร Hope อันระบือนาม เป็นเพชรที่มีธาตุโบรอน อันเป็นตัวที่ทำให้เกิดสีน้ำเงิน ส่วนเพชรที่มีสีชมพูซึ่งจัดว่าหายากที่สุดนั้น เกิดขึ้นเนื่องจาก ความผิดปกติในโครงสร้าง ของการเรียงตัวผลึกเพชร ซึ่งเป็นผลจากอุณหภูมิที่สูงผิดปกติ และแรงกดดันจากทุกทิศทาง ที่กระทำต่อผลึกของเพชร ส่วนเพชรที่มีสีเขียวนั้น เชื่อกันว่า เป็นเพชรที่เกิดใกล้กับสารกัมมันตภาพรังสี เช่น ยูเรเนียม


การแบ่งเกรดเพชรสี

การแบ่งเกรดเพชรสี จะไม่ใช้หลัก 4C อย่างที่ใช้กับเพชรสีขาว แต่จะใช้หลักสีของเพชร และต้นกำเนิดของสีเป็นเกณฑ์ สถาบันอัญมณีศาสตร์ของอเมริกา (GIA) และสถาบัน Color Diamond Laboratory Services ใช้หลักการกว้างๆ คือ พิจารณาจากสีที่ปรากฏ (Hue) เป็นหลัก เช่น สีชมพู สีน้ำเงิน หรือสีน้ำตาล นอกจากนี้ก็จะพิจารณาที่โทน (Tone) ของสีว่าเข้ม หรืออ่อน และความอิ่มตัวของสี ที่ปรากฏว่ามาก หรือน้อย ดังนั้นเพชรสี จึงมักจะถูกเรียกตามสีที่ปรากฏ เช่น เพชรสีแฟนซี ธรรมชาติสีฟ้า เพชรสีแฟนซีธรรมชาติ สีชมพูเข้ม เป็นต้น เพชรสีแฟนซีธรรมชาติ ที่ปรากฏเป็นสีฟ้าล้วนๆ หรือสีชมพูล้วนๆ นั้นหายากมาก แต่จะเป็นเพชรสี ที่มีอีกสีหนึ่งเจืออยู่ด้วย ในทางเทคนิคจะเรียกสีที่เจือนี้ว่า Modifier เช่น เพชรสีเหลือง เจือน้ำตาล สีน้ำตาลคือ Modifier สีเหลืองคือสีหลัก ซึ่งผู้จำหน่าย จะระบุไว้ในใบรับรอง ว่าเป็นเพชรสีเหลืองปนน้ำตาล หรือ Brown Yellow

บางวงการนิยมวิธีการอื่น ในการเกรดสีของเพชร เช่นเรียกเกรดสีของเพชร โดยใช้หลักของสุนทรียศาสตร์ คือความประทับใจส่วนตัว เป็นเกณฑ์ บางคนจึงให้สีของเพชรแตกต่างกันออกไป เช่น เพชรสีกาแฟ เพชรสีช็อคโกแลค เพชรสีคอนยัค หรือสีแชมเปญ เป็นต้น หรือถ้าเป็นเพชรสีชมพู ก็จะเรียกเป็นเพชรสีกุหลาบบ้าง สีราสเบอรี่ บ้างเป็นต้น

นอกจากสีที่ปรากฏ จะเป็นเกณฑ์อย่างหนึ่ง ในการจัดแบ่งเกรดสีของเพชรดังกล่าวแล้ว ต้นกำเนิดของสี ก็เป็นเกณฑ์อีกอันหนึ่ง ที่นำมาพิจารณาด้วย ต้นกำเนิดของสีนี้ หมายถึงว่า สีของเพชรนั้น เป็นสีที่ติดมากับเพชรนั้น ตามธรรมชาติ หรือผ่านกรรมวิธี ทางวิทยาศาสตร์ที่ทำให้สีเปลี่ยนแปลงไป ทำนองเดียวกับการหุง หรือเผาพลอย เพื่อให้สีของพลอยดีขึ้น หรือขจัดสีที่ไม่ต้องการ ออกนั่นเอง


การปรุงแต่งเพชรสีด้วยกรรมวิธีทางวิทยาศาสตร์

การทำ Treatment แก่เพชรนั้น เป็นการเพิ่มสี ให้แก่เพชร แต่จะไม่สามารถเปลี่ยนเพชรสี ให้เป็นเพชรได้เลย กรรมวิธีทางการค้า ที่ใช้ในการปรุงแต่งสีของเพชร คือการฉายรังสีนิวตรอน หรือรังสีอีเล็กตรอนพลังสูง ซึ่งจะทำให้เพชรเปลี่ยน เป็นสีเขียว เขียวเจือน้ำเงิน ไปจนถึงน้ำเงินล้วนๆ ความลึกของสี ขึ้นอยู่กับระยะเวลาของการฉายรังสี ปริมาณของรังสีที่ใช้ และน้ำหนักของเพชร

หลังจากการฉายรังสีแล้ว อาจจะเผาต่อที่อุณหภูมิระหว่าง 500 - 900 องศาเซลเซียส สีที่จะเกิดขึ้น จะขึ้นอยู่กับชนิดของเพชรสี คือเพชรสีชนิด Type la จะเปลี่ยนเป็นสีเหลืองเข้ม หรือสีส้ม หรือน้ำตาลอมส้ม ส่วนเพชรสีชนิด Type lb จะกลายเป็นสี ออกชมพู หรือสีม่วง

ในการซื้อเพชรสี ควรสอบถาม หรือทดสอบให้แน่ใจว่าสีนั้น เป็นเพชรสีธรรมชาติ หรือเพชรสีที่ผ่านการปรุงแต่ง ผู้จำหน่ายเพชรสีที่ดี ควรมีประกาศนียบัตรระบุให้ชัดเจนว่า เพชรสีนั้น เป็นเพชรสีธรรมชาติ หรือผ่านการปรุงแต่งสีธรรมชาติ หรือผ่านการปรุงแต่งสีมาแล้ว เพชรสีเขียวเ ป็นเพชรสีที่หายาก และเพชรสีเขียวตามธรรมชาติ ตามปกติจะมีราคาสูงมาก แต่ในระยะหลังนี้ เพชรสีเขียวจำหน่ายกัน ในราคาที่ต่ำกว่าความเป็นจริง จึงเป็นที่น่าสงสัยว่า อาจจะเป็นเพชรที่ผ่านการปรุงแต่งสี ซึ่งข้อเท็จจริงนี้ ก็ยังไม่เป็นที่เปิดเผย ถ้าเป็นอย่างนั้นจริง พ่อค้าเพชรด้วยกันนั่นเอง คือผู้ที่ทำให้ราคาของเพชรสีเขียวตกลง เพราะเพชรสีเขียวธรรมชาติ ก็จะต้องจำหน่ายในราคาเดียวกับ เพชรสีเขียวที่เกิดจากการปรุงแต่งสี




การทดสอบว่าเพชรเม็ดนั้นๆ เป็นสีตามธรรมชาติ หรือสีที่เกิดจากการปรุงแต่ง ต้องมีเครื่องมือพิเศษ แม้แต่ห้องแล็บ หลายๆ แห่งในโลกนี้ ก็ยังไม่สามารถทำการพิสูจน์เรื่องสีของเพชรได้ จึงมีพ่อค้าเพชรจำนวนไม่น้อย ขายเพชรสี ที่ผ่านการปรุงแต่ง ในราคาเพชรสีธรรมชาติ การแก้ปัญหานี้ได้ มีอยู่ทางเดียว คือ ห้องแล็บทั้งหลาย จะต้องจัดหาเครื่องมือ ที่ทันสมัย เช่นเครื่องสเปคโตสโคป เพื่อใช้ในการตรวจสอบ เพราะเครื่องมือชนิดนี้ สามารถจะบอกอัตราส่วน ของแสงที่ถูกดูดซึมในเพชร และแสงที่ผ่านออกมาจากเพชร เพชรธรรมชาติ และเพชรที่ผ่านการปรุงแต่งสี จะให้อัตราส่วนทั้ง 2 ที่แตกต่างกัน ทำให้เราสามารถจำแนกความแตกต่าง ของเพชร 2 ชนิดนี้ได้

อีกกรรมวิธีหนึ่ง คือ การดูความสามารถ ในการเป็นตัวนำไฟฟ้าของเพชรสี เพชรสีน้ำเงินตามธรรมชาติ จะเป็นตัวนำไฟฟ้าที่ดี ส่วนเพชรสีน้ำเงิน ที่เกิดจากการแต่งสี จะนำไฟฟ้าได้น้อยกว่า ก็จะทำให้เราสามารถ ทราบข้อเท็จจริงได้

 


จะเลือกเพชรสีไหนดี

ประเด็นนี้คนที่จะตอบได้ดีที่สุด คือ ตัวเราเองเพราะขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายๆ อย่าง โดยเฉพาะปัจจัยในกระเป๋า ขนาดของเพชรสี สีของเพชร ชนิดของเครื่องประดับ


พูดถึงความหายาก เพชรสีน้ำเงินดูเหมือนจะหายากกว่า เพชรสีชมพู เพราะเมื่อมีการพบเหมืองเพชร ที่ประเทศออสเตรเลีย ได้มีเพชรสีชมพู ปะปนอยู่กับเพชรสีขาว เป็นจำนวนมาก แต่ก็เป็นเพชรสีชมพูขนาดเล็ก

 

Copyright © 2007-2017 www.patchra.net