รัตนชาติกายสิทธิ์
ที่มีคุณยิ่งต่อมนุษย์
เรารู้จักหยกกันดี
ชาวจีนถือว่าหยกมีค่าสูง
เป็นรองหินรัตนชาติ จุยเจีย
และเรียกชื่อ หยกว่า "ยู YU"
ซึ่งหมายถึง เพชรพลอยต่างๆ
ด้วยคำว่า Jade มาจากภาษาสเปนคำว่า
"ยาดา Jada" ชาวจีนยอมรับ
และนับถือว่าหยกรักษาความเจ็บป่วยได้หยกมี 2 จำพวก คือ 1.
เจไดท์ (Jadeite) 2. เนไฟร์ท (Nephrite)
หยกที่ชาวจีนนิยมใช้กันมากคือ
หยกจำพวกเจไดท์ ซึ่งมีราคาแพง
และหายากยิ่งกว่า (จำพวกเนไฟรท์
ซึ่งบางที่เรียกว่า หยกอ่อน
หยกนิวซีแลนด์ หรือประเภทเดียว
กับหยกข้าวเหนียว
หรือหยกไต้หวัน)
หยกทั้งสองจำพวกนี้ มีธรรมชาติ
กำเนิดเป็นรูป 6 เหลี่ยมตัด 2 มุม
จัดอยู่ในตระกูลโมโนคลีนิค (Monoclinic
System)
หยกเจไดท์ (Jadeite)
มีธรรมชาติกำเนิดจาก แร่โซเดียม
และอลูมิเนียม
มีเนื้อหยาบเป็นเส้น
มีความใสขุ่น
ตามธรรมดาหยกจำพวกนี้
มีสีเขียวลูกแอบเปิ้ล ถึงสีมรกต
และมีสีเขียวอ่อนอมสีขาว
จนสีเกือบขาว สีที่นิยมกันมาก
คือ สีเขียวใสสดแบบมรกต
มีสีเขียวสม่ำเสมอ น้ำใส
ไม่มีตำหนิ เทียบได้กับ
สีพลอยมรกต หรือสีหางนกยูง
ซึ่งชาวจีนชั้นสูงนิยมกันนักหนา
มาตั้งแต่ครั้งโบราณ
จนปัจจุบันนิยมมากขึ้น
และแพร่หลาย ไปทั่วโลก
หยกที่เจียระไนเป็นหัวแหวนทรงหลังเต่า
หรือหลังเบี้ย (หลังนูน)
หากมีสีเขียวสดๆ
และเนื้อโปร่งใส ดูเหมือนมรกต
นั่นคือ หยกที่ดีที่สุด
มีชื่อเรียกเป็นภาษาอังกฤษว่า
Imperial Jade หยกชนิดนี้ หายากมาก
และก็แพงเอามากๆ ด้วย
หยกที่สีเขียวสดส่วนใหญ่
จะมีเนื้อทึบไม่โปร่งใส
ก็นับว่าเป็นหยกที่มีคุณภาพ
และหายากแล้ว