Custom Search

Patchra
19-08-2017 22:57
4948
Online: 8 user(s)
มาลาไคท์

มาลาไคท์

ที่มาของคำนี้ยังไม่เป็นที่กระจ่างนักอาจได้มาจากภาษากรีก ที่หมายถึง "สีเขียว" ของพันธุ์ไม้มอลโล หรืออาจได้มาจากอีกคำหนึ่ง ในภาษากรีก ที่หมายความว่า "อ่อน" ทั้งนี้เพราะ มาลาไคท์มีสีเขียว และอ่อน มาลาไคท์ที่เจียระไนแล้ว จะมีลวดลาย เป็นวงซ้อนกัน มีสีเขียวอ่อน ซ้อนสลับไปกับสีเขียวแก่ ดูคล้ายกับ ลวดลายบนเปลือกหอยอย่างไงอย่างงั้น เพราะมีลักษณะการเกิด คล้ายกับการเกิด ของเปลือกหอย

ที่มีโทนสีเดียว หรือมีโทนสีกลมกลืนกัน และมีขนาดใหญ่จะหาได้ยาก บางครั้งอาจเกิดปนกับ อะซูไรท์ซึ่งจะเรียกว่า "อะเซอร์มาลาไคท์" และที่เรียกว่า "หินไอเลท" จะหมายถึงมาลาไคท์ ที่มีเทอร์ควอยซ์ และคริโซโคลลาปนอยู่ ส่วนที่เรียกว่า "มาลาไคท์ แอกกรีเกรท" เกิดขึ้นจาก การรวมตัวของผลึกเล็กๆ เข้าด้วยกัน ที่มีผลึกขนาดใหญ่หาได้ยาก และเป็นที่ต้องการของเหล่านักสะสม พลอย เสียเป็นส่วนใหญ่ ตามปกติจะเกิดเป็นก้อนกลมๆ อาจดูคล้ายเม็ดองุ่น เป็นแผ่นหินย้อย หรือเป็นแผ่นหินที่ถูกปิดคลุมไว้ มาลาไคท์เป็นสารประกอบประเภท เบสิค คอปเปอร์ คาร์โบเนต เกิดขึ้นจากสารละลายที่มีทองแดงอยู่ หมายความว่าถ้าพบทองแดงที่ไหน ก็อาจพบมาลาไคท์ที่นั่น


โดยธรรมชาติแล้วมาลาไคท์จะทึบแสง ที่เจียระไนแล้วจะมีความวาวแบบเส้นไหม ไวต่อความร้อนและกรด แอมโมเนีย และน้ำร้อน

แหล่งมาลาไคท์ที่มีชื่อ มีอยู่หลายแห่ง เช่น แซร์ ซิมบับเว นามิเบีย ซิลี โรดีเซีย อาฟริกาใต้ ออสเตรเลีย และสหรัฐอเมริกา แต่ถ้าคำนึงถึง คุณภาพ และปริมาณการผลิตแล้ว ต้องถือว่าแซร์เป็นแหล่งที่สำคัญที่สุด มาลาไคท์จากแซร์ อาจเข้าสู่ตลาดโลก ทั้งในรูปแบบ ที่เจียระไน แล้ว หรือที่ยังเป็นพลอยก้อนอยู่

หากย้อนกลับไปสู่อดีต จะพบว่า เทือกเขาอูราลในรัสเซีย เคยได้ชื่อว่า เป็นแหล่งมาลาไคท์ ที่สำคัญที่สุด ซาร์แห่งรัสเซีย หลายพระองค์ ได้มีส่วนร่วมสร้างชื่อในครั้งนั้น เพราะซาร์แต่ละพระองค์ ต่างก็ทรง นำมาลาไคท์จำนวนนับไม่ถ้วน มาตบแต่งปราสาทราชวังของตน หรือนำมา ประดิษฐ์เป็นวัตถุต่างๆ ที่ทั้งสวยงาม และปราณีต

มาลาไคท์เคยได้รับความนิยมมาก ในยุคของอียิปต์ กรีก และโรมัน โดยไม่เพียงแต่ ทำเป็นเครื่องประดับเท่านั้น ที่เป็นเครื่องราง หรือที่นำมาบด เป็นผงสีทำอายชาโดว์ก็มี


ในยุคกลางเคยเชื่อกันว่ามาลาไคท์ช่วยรักษาอาการอาเจียนของเด็กได้เป็นอย่างดี หรือปกป้องเด็กจากภยันอันตรายต่างๆ นานา

แม้ว่ามาลาไคท์จะไม่แข็งเอาเสียเลย (3.5 - 4 ตามโมห์สเกล) และไวต่อกรด และความร้อนก็ตาม มันก็ยังเป็นที่นิยมอยู่ดี ทั้งที่เป็น เครื่องประดับ และวัตถุศิลป์ ถ้าเป็นเครื่องประดับ ก็จะเจียระไนเป็นหลังเบี้ย หรือเม็ดประคำ และมีราคาค่อนข้างถูก ถ้าเป็นวัตถุศิลป์ อาจทำเป็น รูปสลัก ตลับใส่ของเล็กๆน้อยๆ กล่อง หรือที่เขี่ยบุหรี่สวยๆ สนนราคาแล้วค่อนข้างสูง เมื่อเปรียบเทียบกับ ประเภท เครื่องประดับ โดยเฉพาะที่มีลวดลายแปลกตา และฝีมือปราณีตจะยิ่งมีราคา สำหรับการเจียระไน ช่างเจียระไนต้องคำนึงว่า จะต้องเจียระไน อย่างดีลวดลายของมาลาไคท์จึงจะดูสวยงาม และแปลกตาที่สุด ลวดลายที่เป็นวงซ้อนกันถือว่าสวยงามที่สุด

 

Copyright © 2007-2017 www.patchra.net