Custom Search

Patchra
28-06-2017 21:49
3944
Online: 8 user(s)
ซัฟไฟร์- พลอยสวยเมืองกาญฯ

ซัฟไฟร์- พลอยสวยเมืองกาญฯ

หลายคนคงเคยได้ยินอยู่บ่อยๆ จนอาจมีความรู้สึกฝังใจอยู่ว่า ซัฟไฟร์สีน้ำเงินของบ้านเรา มักจะมีสีน้ำเงินจัด หรือเข้มจนเกินไปถึงมืด จนทำให้พลอยขาดประกายที่สุกใส ไม่เพียงแต่คนไทยเราเท่านั้น ที่เข้าใจอย่างนี้ ตลาดพลอยทั่วโลกส่วนใหญ่ ก็มักให้ความสำคัญ หรือให้ราคาซัฟไฟร์ไทยต่ำ เมื่อเปรียบกับพลอยซัฟไฟร์สีน้ำเงิน จากศรีลังกา แต่ยังมีคนอีกมากที่รู้อยู่ว่า ซัฟไฟร์สีสวยสด ไม่ได้มาจากศรีลังกา หรือพม่า เท่านั้น แต่ยังมีพบได้ที่จังหวัดกาญจนบุรี เมืองที่รวยไปด้วยสถานที่ท่องเที่ยว และทรัพยากรธรรมชาติ ของเรานี่เอง

ที่อำเภอบ่อพลอย ซึ่งอยู่ห่างจากตัวเมืองกาญจนบุรีไปประมาณ 37 กิโลเมตร เราจะได้เห็นหลุมพลอยกระจายอยู่ทั่วๆ ไปตามข้างทางจากวัดเขาช่องด่านเรื่อยไป
อาชีพขุดหาพลอย เป็นอาชีพหนึ่งของคนเมืองกาญจนบุรีนานนัก และพลอยซัฟไฟร์สีน้ำเงิน ก็มีชื่อเสียงอยู่ไม่น้อย แต่คนส่วนใหญ่เข้าใจว่า มีสีเข้มมีความวาวมาก ความเข้าใจดังกล่าว ก็ไม่ผิดไปเลยทีเดียว เพียงแต่ยังมีข้อถูกน้อยเกินไป


ที่อำเภอบ่อพลอยนี้ นอกจากจะขุดพบซัฟไฟร์สีน้ำเงินแล้ว ยังพบบุษราคัมสีอ่อนจาง นิล และซัฟไฟร์สีน้ำเงิน สดใสอีกด้วย ซัฟไฟร์สีน้ำเงินที่ได้ มักถูกนำไปเผา เพื่อให้สีทั่ว หรือเพื่อให้สีเข้มขึ้น หรืออ่อนลง หรือลดความขุ่นมัว เนื่องจากแร่บางอย่าง ที่ปะปน เป็นตำหนิ อยู่ภายในตัวพลอย แต่ทั้งนี้มิได้หมายความว่า ทุกเม็ดจะถูกนำมาเผาทั้งหมด พลอยธรรมชาติที่ขุดได้ หากสวยอยู่แล้ว ตามธรรมชาติ ก็จะถูกนำมา เจียระไน ทันที ไม่ต้องเผาก่อน ซัฟไฟร์สีสวยของเมืองกาญฯ นี้ดูคล้ายพลอยซัฟไฟร์ จากศรีลังกามาก คือมีสีสด เห็นแถบสีชัด บางเม็ดอาจมีประกายน้อย ดูขุ่นมัว หรือที่พ่อค้าเรียกว่า "สีซึม" เพราะตำหนิที่เหมือนหมอก หรือฝุ่นภายใน นั่นเอง คุณลักษณะที่เหมือน หรือคล้ายกันมาก ของพลอยซัฟไฟร์จากทั้งสองแหล่งนี้เอง ทำให้ตลาด โดยทั่วไป เข้าใจว่าพลอยน้ำสวย นี้มาจากศรีลังกาเสมอ เหตุผลคงเป็นเพราะส่วนใหญ่ เราไม่ค่อยคุ้นเคยกับซัฟไฟร์สีสวยจากบ่อพลอยในเมืองกาญจนบุรีเท่าใดนัก
 

 
 
 

สำหรับซัฟไฟร์สีน้ำเงิน จากศรีลังกา กับกาญจนบุรีดูเหมือนเกิดมาคู่กัน การที่แยกออกจากกัน จึงมักทำกันในห้องทดลอง โดยผู้เชี่ยวชาญด้านนี้จริงๆ กล่าวคือ เมื่อเป็นซัฟไฟร์สีน้ำเงิน คุณภาพทางกายภาพ และทางแสงจะเหมือนกัน หรือใกล้เคียงกันที่สุด ทุกเม็ด ไม่ว่าจะเป็นดัชนีหักเห, ความแข็ง, ความถ่วงจำเพาะ, การเรืองแสง หรือการดูดกลืนแสงก็ตาม จะต่างกันบ้างก็เพียงเล็กน้อย และที่จะใช้เป็นเครื่องชี้ แบ่งแยกว่ามาจากแหล่งใด ก็คงต้องพึ่งตำหนิภายใน หรือเส้นหินของพลอย เป็นหลักใหญ่เท่านั้น
ตำหนิของซัฟไฟร์สีน้ำเงิน จากทั้งสองแหล่งนี้ โดยทั่วๆไปแล้วก็เหมือนๆกัน คือมีผลึกขุ่นขาว หรือใส มีรูปร่างผลึกทรงเรขาคณิต หรือบางครั้งเกือบกลม อาจมีตำหนิ รูปรอยนิ้วมือ หรือรอยแตกล้อมรอบ ตำหนิรูปขนนกก็พบได้บ่อยเช่นกัน นอกจากนี้ตำหนิ ที่พบเสมอคือ แถบสีตรง และ หรือหักมุม จุดที่แตกต่างกัน ของตำหนิจากสองแหล่งนี้ เป็นบริเวณแถบสีนี่เอง ในพลอยซัฟไฟร์จากศรีลังกา ตรงบริเวณไม่มีแถบสี คือส่วนที่ใส หรือเป็นแถบขาวเหมือนหมอก จะเป็นเป็นฝุ่น เมื่อใช้แสงไฟแรงสว่างจัด ส่องโดยตรง ส่วนที่เห็นเป็นแถบสีน้ำเงิน จะไม่มีตำหนิที่เหมือนฝุ่น คือฝุ่นสีน้ำเงิน จะเรียงอยู่อย่าง หนาแน่น เป็นแถบทำให้เห็นเป็นแถบสีตรง หรือหักมุม บริเวณที่ไม่มีตำหนินี้ จะเป็นส่วนที่ใสไม่มีสี การตรวจพิจารณาตำหนิดังกล่าว ต้องใช้กล้องไมโครสโคป ช่วยขยายภาพ กำลังขยายประมาณ 25 เท่า จะใช้ไฟจากตัวเครื่อง ส่องจากด้านหลัง ของตัวพลอย ใช้ฉากมืด หรืออาจใช้ไฟที่แรงสว่างจัด และรวมแสง ก็ให้เห็นภาพชัดมาก เช่นกัน ในบางกรณี การใช้นิ้วมือจับพลอยแทนปากคีบ ก็ช่วยทำให้เห็นข้อแตกต่าง ชัดเจนขึ้น ทั้งนี้ควรพลิกพลอยดูจากหลายๆ ทิศทาง ดูเหมือนว่าจากด้านข้างของพาวิเลี่ยน จะเป็นมุมที่เห็นชัดเจนที่สุด หากภาพที่เห็นไม่สามารถยืนยันได้ดีพอ อาจตรวจดู การเรืองแสง ของพลอยในแสง คลื่นสั้น หรือดูการดูดกลืนแสงสเปคตรัม ช่วงน้ำเงินเขียว พลอยซัฟไฟร์สีน้ำเงินจากศรีลังกา จะเรืองแสงแรงกว่า และมีความขุ่นขาวมากกว่า เส้นดูดกลืนของธาตุเหล็ก จะเห็นได้ยากกว่า มักเห็นเพียง 4515 เส้นเดียว หรือไม่เห็นเลย ส่วนในพลอยซัฟไฟร์สีน้ำเงินจากกาญจนบุรี จะเรืองแสงน้อยกว่ามาก จนบางครั้ง อาจไม่เห็นเลย และมีความขุ่นขาวน้อยกว่า สเปคตรัมเห็นง่าย ชัดเจนกว่า มักเห็นครบทั้ง 3 เส้น หรืออย่างน้อยเห็น 4515 ค่อนข้างชัดมาก การพึงผลจากสเปคโตรสโคปนี้ 

ผู้ตรวจสอบต้องมีความชำนาญในการใช้เครื่องดีพอสมควร มิฉะนั้นอาจไม่เห็นเส้นดูดกลืนนี้เลย ควรใช้แสงแบบตกกระทบ และให้แสงผ่านตัวพลอยออกเป็นสีน้ำเงินม่วง ผ่านเข้าตัวสเปคโตรสโคปจะเป็นตำแหน่งที่ถูกต้องที่สุด อย่างไรก็ตาม หลักสำคัญที่สุด ที่จะชี้ว่าเป็นพลอยกาญจนบุรีหรือไม่ ควรยึดเอาตำหนิที่เหมือนฝุ่นเป็นหลักในการตรวจสอบอื่นๆ เป็นเพียงเครื่องช่วยประกอบเท่านั้น

 

Copyright © 2007-2017 www.patchra.net