(เข้าใจว่าตำรานี้เป็นสำเนาหนังสือที่สมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาประยูรวงศ์ (ดิส บุนนาค) เมื่อยังเป็นพระยาสุรวงศ์มนตรีได้สอบสวน พร้อมด้วยผู้มีนามในหนังสือนั้น แล้วนำขึ้นทูลเกล้าทูนกระหม่อมถวาย พระบาทสมเด็จพระรามาธิบดีที่ ๒ พระพุทธเลิศหล้านภาลัย)

ข้าพระพุทธเจ้าพระยาสุริยวงศ์มนตรี, พระมหาวชิรธรรรม, หลวงลิขิตปรีชา, หลวงภักดีจินดา, นายชม ปรึกษาพร้อมกับสอบตำราเพชรรัตน์ตำหรับพราหมณ์ ซึ่งหลวงภักดีจินดาได้เรียนไว้มาชำระเทียบต้องกันสามฉบับ พระมหาวิชาธรรนค้นพระบาลีพุทธศาสตร์ ประกอบกับตำราไสยศาสตร์ หลวงลิขิตปรีชาอาลักษณ์แต่งตำหรับพุทธศาสตร์ ประกอบกับตำราไสยศาสตร์ทูนเกล้าถวาย ในพระบาลีคัมภีร์พุทธศาสตร์นั้นว่า

วชิรํ รัตตํ อินฺทนีลํ เวฬุริยํ รัตฺตกาฬมิสิสกํ โอทาตปีตมิสสฺกํ นีลํ ปุสฺสราคํ มุตตาหารญจาติ อิมานิ นวากาทีนิ รตนานิ ตฺสมา รตนชาติ โย อเนกวิธา นานาปเทเสสุ อุปปชฺชนตีติ เวทิตฺพพา

อธิบายตามพระบาลีว่า รตนานิ อันว่ารัตนชาติทั้งหลาย เอนกวิธา มีประการเป็นอันมากจะประมาณมิได้ นวกาทีนิ มีแก้วเก้าประการเป็นอาทิ คือ แก้ววิเชียร ๑ แก้วแดง ๑ แก้วอินทนิล ๑ แก้วไพทูรย์ ๑ แก้วรัตกาลมิสก ๑ แก้วโอทาตปปิตมิสก ๑ นิลรัตน์ ๑ แก้วบุษราคัม ๑ แก้วมุกดาหาร ๑ แก้วทั้งเก้าประการมีพรรณต่างกัน แต่แก้ววิเชียรนั้นมีสีงามบริสุทธิ์ดังน้ำอันใส ตำราไสยศาสตร์ชื่อว่า "เพชร" นับถือว่าเป็นมงคล อันพราหมณ์ทั้งหลายนำมาใช้ให้ช่างเจียรนัยผูกเรือนธำมรงค์ประดับด้วย เนาวรัตน์จัดเอาเพชรตั้งเป็นปฐม รัตตํ อันว่าแก้วมีพรรณแดงงามสดใสยิ่งนัก ในตำราไสยศาสตร์สมมุติชื่อว่าปัทมราช ถ้ามีสีแดงอ่อนดังผลเมล็ดทับทิมสุกนั้นชื่อว่า ทับทิม ประดับเรือนธำมรงค์เนาวรัตน์เป็นที่สอง อินทนีลํ อันว่าแก้วอินทนิล มีพรรณผลนั้นเขียวเลื่อมประภัสสร (สีพรายแสงพราวดังพระอาทิตย์แรกขึ้น) ดังแสงแห่งปีกแมลงทับ ในตำหรับไสยศาสตร์ชื่อว่าแก้วมรกต ประดับเรือนนพรัตน์เป็นที่สาม เวฬุริยํ อันว่าแก้วไพทูรย์ มีสีเหลืองเลื่อมพรายดังสีสรรพ์พรรณบุปผชาติทั้งหลายมีสีดอกทรึก (ซึก เป็นชื่อต้นไม้ชนิดหนึ่ง) เป็นอาทิ ตำราไสยศาสตร์ว่าแก้วไพทูรย์ ประดับนับเข้าในเรือนนพรัตน์เป็นที่สี่ รตฺตกาฬมิสฺสกํ อันว่าแก้วอันมีสีดำและสีแดงเจือแกมกัน (แดงก่ำ) ดูงามสดใส ในตำราไสยศาสตร์ชื่อว่า แก้วโกเมน สมมติว่ามีคุณอันพิเศษนำมาผูกเรือนธำมรงค์เนาวรัตน์จัดเป็นที่ห้า โอทาตปิตมิสฺสกํ อันว่าแก้ว อันมีสีขาวกับสีเหลืองเจือกันนั้น ตำราไสยศาสตร์ว่า แก้วเพทาย ประดับเนาวรัตน์เป็นที่หก นีลํ อันว่านิล มีสีดอกอัญชันและดอกสามหาว ประดับเรือนเนาวรัตน์เป็นที่เจ็ด ปุสฺสราคํ อันว่าบุษราคัม มีสีเหลืองเลื่อมประภัสสรดังสีวงแววหางปลาสลาด นัยหนึ่งมีสีดังหลังปู ประดับเรือนนพรัตน์เป็นที่แปด มุตฺตาหาร อันว่ามุกดาหาร มีสีดังมุกอันเลื่อมพราย ดูงามเป็นที่จำเริญจักขุบุคคลอันเล็งแลดู ประดับเรือนพระธำมรงค์นพรัตน์เป็นที่เก้า

โบราณาจารย์พฤฒาพราหมณ์ทั้งหลายผู้ฉลาดชำนาญในไตรเพท เหตุรู้จักคุณวิเศษแห่งรัตนะทั้งปวงจึงเลือกคัดจัดรัตนชาติเก้าประการ มีผลอันบริสุทธิ์สิ้นโทษทั้งนี้มาเจียรนัย ได้ศุภฤกษ์ดีจึงประดับเรือนเนาวรัตน์เป็นพระธำมรงค์ ประกอบแก้วทั้งเก้าประการ ต้องตามตำหรับไสยศาสตร์นับถือว่าเป็นมงคลอันวิเศษ เหตุดังนั้น พระอรรถกถาจารย์จึงมีคำอธิบายเป็นพระบาลีว่า "ตถา รตฺตนีลาทิ เภทา อเนกวิธา มณโย นานาฐาเนสุปากฎา" แปลว่า อันรัตนชาติทั้งหลายมีสีดำและสีแดงและมีสีต่าง ๆ ซึ่งวิเศษมากกว่าแก้วเก้าประการนี้ มีเป็นอันมาก ย่อมบังเกิดในที่แทบเชิงพระเมรุบรรพต และเกิดในท้องที่พระมหาสมุท และเกิดในเขาวิบูลบรรพต และเกิดในป่าพระหิมพานต์ และบังเกิดด้วยอำนาจเทวฤทธิ์ และบังเกิดในบ่อแก้วทั้งหลายในแดนมนุษย์ ด้วยอานุภาพบุญฤทธิ์แห่งกษัตริย์ทั้งหลาย มีสมเด็จพระบรมจักรพรรตราธิราช เป็นอาทิ รัตนชาติทั้งหลายก็ปรากฎมีมาคุ้มเท่าทุกวันนี้